Ultherapy Prime คืออะไร?
Ultherapy Prime คือเทคโนโลยียกกระชับผิวโดยไม่ต้องผ่าตัดที่ได้รับการพัฒนาขึ้นจาก Ultherapy รุ่นดั้งเดิม โดยใช้พลังงานคลื่นเสียงความถี่สูงแบบโฟกัส (Micro-Focused Ultrasound หรือ MFU-V) ในการส่งผ่านพลังงานลงลึกสู่ชั้นผิวในระดับที่ลึกที่สุด คือชั้น SMAS (Superficial Musculoaponeurotic System) ซึ่งเป็นชั้นเดียวกับที่ใช้ในการผ่าตัดดึงหน้า
ความพิเศษของ Ultherapy Prime อยู่ที่ระบบ Real-Time Visualization ซึ่งช่วยให้แพทย์สามารถมองเห็นชั้นผิวจริงขณะทำหัตถการได้แบบเรียลไทม์ ทำให้สามารถปล่อยพลังงานได้อย่างแม่นยำตรงจุด และลดความเสี่ยงในการยิงพลังงานผิดชั้นผิว อีกทั้งยังสามารถปรับแต่งพลังงานให้เหมาะสมกับสภาพผิวของแต่ละบุคคลได้อีกด้วย
Ultherapy Prime ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยาสหรัฐอเมริกา (US FDA) ว่าปลอดภัยและสามารถใช้เพื่อยกกระชับผิวในบริเวณต่าง ๆ ได้แก่ ใบหน้า ใต้คาง ลำคอ และเนินอก โดยไม่ทำลายผิวหนังชั้นบน ไม่ใช้เข็ม ไม่มีบาดแผล และไม่ต้องพักฟื้น
หลักการทำงานของ Ultherapy Prime เป็นอย่างไร?
Ultherapy Prime ทำงานคล้ายกับการเย็บเนื้อเยื่อผิวจากภายในโดยไม่ต้องใช้มีดผ่าตัด โดยใช้ พลังงานคลื่นเสียงความถี่สูงแบบโฟกัส (MFU-V) ที่สามารถส่งพลังงานไปยังชั้นผิว ทำให้เกิดจุดพลังงานความร้อนกระจายเป็นจุดเล็ก ๆ ใต้ผิว กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ กระบวนการนี้เรียกว่า Neocollagenesis ซึ่งช่วยให้ผิวค่อย ๆ ยกกระชับและดูอ่อนเยาว์ขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ซึ่งต่างจากเทคโนโลยีอื่น เช่น เลเซอร์หรือคลื่นวิทยุ (RF) ที่เน้นการฟื้นฟูชั้นผิวตื้น
Ultherapy Prime สามารถส่งพลังงานลงลึกได้โดยตรง และทำให้เกิดความร้อนในจุดที่ต้องการ กระตุ้นให้เกิดการซ่อมแซมผิวจากภายใน

จุดเด่นที่เหนือกว่าของ Ultherapy Prime
Ultherapy Prime ไม่ใช่แค่เครื่องยกกระชับทั่วไป แต่ได้รับการพัฒนาให้ แม่นยำขึ้น เจ็บน้อยลง และให้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติกว่าเดิม ซึ่งเกิดจากการรวมเทคโนโลยีเฉพาะตัวที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของการรักษา
เทคโนโลยีที่ทำให้ Ultherapy Prime เหนือกว่ารุ่นก่อนและเครื่องอื่น
- Real-Time Visualization – ระบบอัลตราซาวนด์ที่ช่วยให้คุณหมอมองเห็นชั้นผิวจริงระหว่างทำหัตถการ ทำให้สามารถปล่อยพลังงานได้อย่างแม่นยำตรงจุด ทำให้ทุกการยิงลึกลงถึงชั้นที่ต้องการ
- Micro-Focused Ultrasound (MFU-V) – ส่งพลังงานแบบเฉพาะจุดลงลึกถึงชั้น SMAS โดยไม่ทำลายผิวด้านบน
- กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนได้ลึกขึ้น – ทำให้ผิวแน่นขึ้นและกระชับขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
- ผลลัพธ์อยู่ได้นาน 12-24 เดือน – ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลหลังทำ
- ไม่มีแผล ไม่ต้องพักฟื้น – สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ทันที
เปรียบเทียบ Ultherapy Prime vs Ultherapy ต่างกันอย่างไร?
| คุณสมบัติ | Ultherapy รุ่นก่อน | Ultherapy Prime |
|---|---|---|
| เทคโนโลยีการปล่อยพลังงาน | MFU (Micro-Focused Ultrasound) | MFU-V (Micro-Focused Ultrasound with Visualization) |
| ความแม่นยำในการปล่อยพลังงาน | ไม่มีภาพ Real-Time | มีระบบ Real-Time Visualization ทำให้มองเห็นชั้นผิวจริง |
| ระดับพลังงานและความสม่ำเสมอ | มีโอกาสพลังงานไม่สม่ำเสมอ | ปล่อยพลังงานได้แม่นยำขึ้น กระจายพลังงานสม่ำเสมอ |
| ระดับความสบายขณะทำ | อาจรู้สึกเจ็บและไม่สบายตัว | ลดความรู้สึกเจ็บขณะทำ |
| ผลลัพธ์ที่ได้ | ยกกระชับผิว แต่ต้องใช้ระยะเวลานานกว่า | เห็นผลเร็วขึ้นและอยู่ได้นานขึ้น |
Ultherapy Prime ได้รับการพัฒนาให้มี ความแม่นยำสูงขึ้น ลดอาการเจ็บ และให้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้นในระยะเวลาที่สั้นกว่า และไม่ต้องกังวลเรื่องความไม่สบายขณะทำหัตถการ
ใครเหมาะกับทำ Ultherapy Prime
- ผู้ที่มี ผิวหย่อนคล้อยเล็กน้อยถึงปานกลาง เช่น กรอบหน้าไม่ชัด หนังตาตก ร่องแก้มลึก หรือมีเหนียงใต้คาง
- ผู้ที่ต้องการ ยกกระชับผิวหน้าและลำคอ แต่ไม่ต้องการผ่าตัด
- ผู้ที่ต้องการ กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน เพื่อให้ผิวแน่นขึ้น ดูสุขภาพดีขึ้น
- ผู้ที่เคยทำ Ultherapy หรือเครื่องยกกระชับอื่น ๆ แล้วต้องการรักษาผลลัพธ์ให้อยู่ได้นานขึ้น
- ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวแบบเป็นธรรมชาติ โดยไม่ต้องพักฟื้น
ใครไม่เหมาะทำ Ultherapy Prime
- ผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อยมากจนต้องใช้วิธีผ่าตัดดึงหน้าเพื่อให้เห็นผลชัดเจน
- ผู้ที่มีโรคประจำตัวที่เกี่ยวข้องกับการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ เช่น โรคแพ้ภูมิตัวเองบางชนิด
- ผู้ที่มีโลหะฝังในบริเวณที่จะทำการรักษา
หากไม่แน่ใจว่า Ultherapy Prime เหมาะกับตัวเองหรือไม่ สามารถเข้ามาปรึกษากับเราที่คลินิกได้นะครับ เพื่อประเมินโครงสร้างผิว และเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสมที่สุด
ขั้นตอนหัตถการ Ultherapy Prime
สำหรับผู้ที่กำลังจะทำ Ultherapy Prime ต้องรู้คือ วิธีการเตรียมตัวก่อนทำ ขั้นตอนการทำ และวิธีการดูแลตัวเองหลังทำที่ถูกต้อง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด อยู่ได้ยาวนานที่สุด และลดความเสี่ยงของผลข้างเคียง
การเตรียมตัวก่อนทำ
- ปรึกษาคุณหมอ เพื่อประเมินสภาพผิวและวางแผนการรักษาที่เหมาะสม
- หลีกเลี่ยงการทำเลเซอร์หรือหัตถการที่ทำให้ผิวระคายเคือง อย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ก่อนทำ
- งดยาและอาหารเสริมบางชนิด ที่อาจทำให้เลือดออกง่าย เช่น วิตามินอี แอสไพริน หรือยากลุ่ม NSAIDs (ปรึกษาคุณหมอก่อนหยุดยา)
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ เพื่อให้ผิวชุ่มชื้นและพร้อมรับการรักษา
- สามารถแต่งหน้าได้ตามปกติในวันทำหัตถการ เพราะคุณหมอจะทำความสะอาดผิวให้ก่อนเริ่มทำ
ขั้นตอนระหว่างทำ
- ปรึกษาคุณหมอและวิเคราะห์สภาพผิว
- คุณหมอจะทำการประเมินปัญหาผิว และแนะนำระดับพลังงานที่เหมาะสม
- ถ่ายภาพก่อนทำเพื่อเปรียบเทียบผลลัพธ์
- ทำความสะอาดผิวและทายาชา
- ผิวจะถูกทำความสะอาดอย่างละเอียด
- ทายาชาทิ้งไว้ประมาณ 30-45 นาที เพื่อช่วยลดความรู้สึกขณะทำ
- คุณหมอเริ่มทำ Ultherapy Prime
- ใช้ Real-Time Visualization เพื่อตรวจสอบชั้นผิว
- ปล่อยพลังงาน Micro-Focused Ultrasound (MFU-V) ไปยังบริเวณที่ต้องการยกกระชับ
- ใช้เวลาประมาณ 30-90 นาที ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ทำ
- หลังทำเสร็จสามารถกลับบ้านได้ทันที
- ไม่มีแผล ไม่มีรอยช้ำ
- สามารถแต่งหน้าและใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ
การดูแลหลังทำ
- อาจมีรอยแดงเล็กน้อยหลังทำ ซึ่งมักจะหายไปเองภายในไม่กี่ชั่วโมง
- หลีกเลี่ยงแสงแดดจัด และใช้ครีมกันแดดที่มี SPF 50++++ ขึ้นไป
- สามารถใช้สกินแคร์บำรุงผิวได้ตามปกติ แต่ควรหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของ AHA, BHA หรือเรตินอลในช่วง 1-2 วันแรก
- ดื่มน้ำให้เพียงพอและรับประทานอาหารที่ช่วยเสริมสร้างคอลลาเจน เช่น ปลา แซลมอน ผักผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง
- หากมีอาการบวมเล็กน้อย สามารถใช้เจลเย็นประคบเบา ๆ ได้

Ultherapy Prime เจ็บไหม? มีผลข้างเคียงหรือไม่?
หนึ่งในคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Ultherapy Prime คือ “เจ็บไหม?” และ “มีผลข้างเคียงอะไรหรือเปล่า?” ซึ่งเป็นข้อกังวลหลักของหลาย ๆ คนที่สนใจทำหัตถการนี้
Ultherapy Prime เจ็บไหม?
ระดับความรู้สึกขณะทำขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล แต่โดยทั่วไป Ultherapy Prime เจ็บน้อยกว่ารุ่นก่อน เนื่องจากมีการพัฒนาเทคโนโลยีให้ พลังงานกระจายตัวดีขึ้นและลดความรู้สึกไม่สบายผิว ในขณะทำ
- ผู้รับบริการบางคนอาจรู้สึก อุ่น ๆ หรือจี๊ด ๆ ใต้ผิว ในขณะที่พลังงานถูกส่งลงไป
- ในบริเวณที่ผิวบาง เช่น ใต้คาง หรือกรอบหน้า อาจรู้สึกมากกว่าส่วนอื่นเล็กน้อย
- ก่อนทำจะมีการ ทายาชา และคุณหมอสามารถปรับระดับพลังงานให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล
โดยส่วนใหญ่ ผู้ที่เคยทำ Ultherapy รุ่นก่อนจะรู้สึกได้ว่า Ultherapy Prime เจ็บน้อยลงและสบายขึ้น ทำให้การทำหัตถการนี้ง่ายขึ้นกว่าที่คิด
ผลข้างเคียงของ Ultherapy Prime
Ultherapy Prime เป็นหัตถการที่ปลอดภัยและมีผลข้างเคียงน้อยมาก เนื่องจากไม่มีการใช้เข็มหรือการผ่าตัด อย่างไรก็ตาม ผลข้างเคียงที่อาจพบได้ ได้แก่
- รอยแดงชั่วคราว – บางคนอาจมีรอยแดงหลังทำ แต่จะจางลงภายในไม่กี่ชั่วโมง
- อาการบวมเล็กน้อย – พบได้ในบางราย แต่ไม่รุนแรงและหายได้เองภายใน 1-3 วัน
- รู้สึกตึงหรือมีอาการไวต่อการสัมผัส – อาจเกิดขึ้นได้ในบางบริเวณ และจะดีขึ้นภายใน 1-2 สัปดาห์
- ในบางกรณีที่ผิวบอบบางมาก อาจมีอาการช้ำเล็กน้อย แต่พบได้น้อยมาก
โดยทั่วไป Ultherapy Prime ไม่มีผลข้างเคียงรุนแรง และสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติทันที แต่หากมีอาการผิดปกติ เช่น บวมแดงมากผิดปกติ หรือมีอาการปวดนานกว่าปกติ ควรรีบติดต่อคุณหมอทันทีเพื่อรับคำแนะนำเพิ่มเติม
หากมีข้อกังวลเกี่ยวกับความเจ็บหรือผลข้างเคียง แนะนำให้ปรึกษาคุณหมอก่อนทำเพื่อรับคำแนะนำที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล
Ultherapy Prime ราคาเท่าไหร่?
ราคาของ Ultherapy Prime ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น บริเวณที่ทำ จำนวนไลน์ที่ใช้ โดยทั่วไป ราคาจะถูกกำหนดตามจำนวนไลน์ที่ใช้ยิงพลังงาน ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้ประเมินว่าควรใช้กี่ไลน์เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ปัจจัยที่ส่งผลต่อราคาของ Ultherapy Prime
- บริเวณที่ทำ – บริเวณที่ใหญ่ขึ้นต้องใช้พลังงานมากขึ้น เช่น การทำทั่วใบหน้ากับการทำเฉพาะเหนียง ราคาย่อมแตกต่างกัน
- จำนวนไลน์ที่ใช้ – ยิ่งใช้จำนวนไลน์มาก ราคายิ่งสูง แต่ผลลัพธ์ที่ได้ก็จะชัดเจนขึ้น
- โปรโมชั่นของแต่ละคลินิก – คลินิกบางแห่งอาจมีโปรโมชั่นลดราคาหรือแพ็กเกจพิเศษ
ประสบการณ์ของแพทย์และคุณภาพการให้บริการ – การเลือกทำกับแพทย์ที่มีประสบการณ์สูงและใช้เครื่องแท้ ย่อมมีค่าใช้จ่ายที่สูงกว่าการทำกับคลินิกที่ไม่มีมาตรฐาน
ราคาโดยประมาณของ Ultherapy Prime
- ยกกระชับเหนียง / ใต้คาง (100-200 ไลน์) – เริ่มต้นที่ 15,000 – 30,000 บาท
- ยกกระชับแก้มและกรอบหน้า (300-400 ไลน์) – เริ่มต้นที่ 40,000 – 70,000 บาท
- ยกกระชับทั่วหน้าและลำคอ (500-700 ไลน์) – เริ่มต้นที่ 80,000 – 120,000 บาท
*ราคานี้เป็นการประมาณคร่าว ๆ ของการทำหัตถการนี้
Ultherapy Prime คุ้มค่าไหม?
แม้ว่า Ultherapy Prime จะมีราคาสูงกว่าหัตถการบางประเภท แต่เมื่อเปรียบเทียบกับ ผลลัพธ์ที่อยู่ได้นาน 12-24 เดือน และความปลอดภัยที่ได้รับการรับรองจาก US FDA ถือว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ต้องการยกกระชับโดยไม่ต้องผ่าตัดและไม่มีแผล
หากต้องการทราบราคาและโปรโมชันล่าสุด แนะนำให้ติดต่อคลินิกเพื่อขอคำปรึกษาและประเมินจำนวนไลน์ที่เหมาะสมกับคุณ
Ultherapy Prime vs Ultraformer III vs Oligio แตกต่างกันอย่างไร?
ในปัจจุบันมีเทคโนโลยียกกระชับผิวหลายประเภท และหนึ่งในคำถามที่พบบ่อยคือ Ultherapy Prime แตกต่างจาก Ultraformer III และ Oligio อย่างไร? แต่ละเทคโนโลยีมีหลักการทำงานและผลลัพธ์ที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับความต้องการของแต่ละบุคคล
ตารางเปรียบเทียบ Ultherapy Prime, Ultraformer III และ Oligio
| คุณสมบัติ | Ultherapy Prime | Ultraformer III | Oligio |
|---|---|---|---|
| เทคโนโลยีหลัก | Micro-Focused Ultrasound with Visualization (MFU-V) | Micro & Macro Focused Ultrasound (MMFU) | Monopolar Radio Frequency (RF) |
| ระดับความลึก | 1.5mm, 3.0mm, 4.5mm (ลึกถึงชั้น SMAS) | 1.5mm, 2.0mm, 3.0mm, 4.5mm, 6.0mm, 9.0mm, 13.0mm (ลึกถึงชั้น SMAS และชั้นไขมัน) | 1.5mm – 2.0mm (เน้นกระตุ้นคอลลาเจนที่ชั้นหนังแท้) |
| Real-Time Visualization | มีระบบ Real-Time Ultrasound ให้แพทย์เห็นชั้นผิวขณะทำ | ไม่มี | ไม่มี |
| พลังงานที่ใช้ | คลื่นอัลตราซาวนด์แบบเฉพาะจุด (MFU) | คลื่นอัลตราซาวนด์กำลังสูง (HIFU) | คลื่นวิทยุแบบขั้วเดียว (Monopolar RF) |
| เหมาะกับปัญหาผิวแบบไหน | ผิวหย่อนคล้อยระดับปานกลาง-มาก ต้องการผลลัพธ์ที่อยู่ได้นาน | ผิวหย่อนคล้อยระดับเล็กน้อย-ปานกลาง และต้องการกระชับผิวและสลายไขมัน | ผิวที่เริ่มมีริ้วรอยเล็กน้อย ต้องการกระตุ้นคอลลาเจนและฟื้นฟูผิว |
| ระดับความสบายขณะทำ | รู้สึกจี๊ด ๆ ใต้ผิว เจ็บน้อยกว่ารุ่นก่อน | อาจรู้สึกจี๊ด ๆ แต่เบากว่า Ultherapy Prime | อุ่น ๆ สบายผิว ไม่เจ็บ |
| ผลลัพธ์อยู่ได้นาน | 12-24 เดือน | 6-12 เดือน | 3-6 เดือน |
| ต้องทำบ่อยแค่ไหน | ปีละ 1 ครั้ง | ปีละ 1-2 ครั้ง | ทุก 1-2 เดือน |
สรุปว่าเลือกอะไรดี?
- Ultherapy Prime เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการ ยกกระชับในระดับลึก เห็นผลยาวนาน และต้องการความแม่นยำในการรักษา
- Ultraformer III เหมาะกับผู้ที่ อยากเริ่มต้นทำหัตถการยกกระชับ แต่ยังไม่พร้อมสำหรับ Ultherapy Prime
- Oligio เหมาะสำหรับ ผู้ที่มีปัญหาผิวขาดความกระชับเล็กน้อย และต้องการทำบ่อย ๆ เพื่อกระตุ้นคอลลาเจน
หากยังไม่แน่ใจว่าเทคโนโลยีไหนเหมาะกับคุณ แนะนำให้มาปรึกษากับเรา เพื่อประเมินปัญหาผิวและเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสมที่สุด
ทำไมต้องทำ Ultherapy Prime ที่ Smooth Clinic?
- คุณหมอให้คำปรึกษาและอธิบายโดยละเอียดในทุกขั้นตอนของการรักษา
- คุณหมอมีประสบการณ์สูง และมีความเชี่ยวชาญพิเศษด้านการยกกระชับใบหน้า
- ใช้ เครื่องแท้ Ultherapy Prime จาก Merz aesthetic ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานจาก US FDA
- มีเทคโนโลยี Real-Time Visualization เพื่อความแม่นยำและผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
- คุณหมอติดตามผลและให้คำแนะนำอย่างต่อเนื่องหลังการรักษา
- เจ็บน้อยกว่าที่คิด มีการดูแลความสบายผิวขณะทำ ก่อนทำมีการ ทายาชา และปรับระดับพลังงานให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล ทำให้รู้สึกสบายขณะทำ และช่วยลด
- อาการเจ็บ
- ไม่มีแผล ไม่ต้องพักฟื้น เห็นผลลัพธ์ชัดเจน หลังทำสามารถกลับไปใช้ชีวิตตามปกติได้ทันที
หากคุณต้องการยกกระชับผิวหน้าโดยไม่ต้องพักฟื้น และได้รับการรักษาที่แม่นยำ ปลอดภัย Smooth Clinic พร้อมให้บริการ และให้คำปรึกษาฟรี!
สรุป
Ultherapy Prime เป็นเทคโนโลยียกกระชับผิวที่ได้รับการพัฒนาให้ แม่นยำขึ้น เจ็บน้อยลง และเห็นผลได้จริง โดย Micro-Focused Ultrasound with Visualization (MFU-V) ไม่ต้องใช้เข็ม ไม่มีแผล และไม่ต้องพักฟื้น ได้ผลลัพธ์ใกล้เคียงกับการผ่าตัดดึงหน้า เหมาะสำหรับคนที่การยกกระชับโดยไม่ต้องศัลยกรรม
หากคุณกำลังมองหา วิธียกกระชับผิวที่ปลอดภัย ผ่านการรับรองจาก US FDA และให้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ Ultherapy Prime คือหนึ่งในทางเลือกที่ดีที่สุดในปัจจุบัน
Smooth Clinic ให้บริการด้วยเครื่องแท้ ผ่านการรับรองจาก US FDA โดยคุณหมอผู้เชี่ยวชาญ พร้อมดูแลในทุกขั้นตอน สนใจปรึกษา 088-121-8888 หรือ Line OA: @smoothclinic
FAQs: Ultherapy Prime
Ultherapy Prime เห็นผลเมื่อไหร่?
หลังทำ อาจรู้สึกว่าผิวแน่นขึ้นเล็กน้อยทันที แต่ผลลัพธ์ที่ชัดเจนจะเริ่มเห็นใน 1-3 เดือน เนื่องจากเป็นช่วงที่ร่างกายสร้างคอลลาเจนใหม่เต็มที่
ผลลัพธ์ของ Ultherapy Prime อยู่ได้นานแค่ไหน?
โดยทั่วไปอยู่ได้นาน 12-24 เดือน ขึ้นอยู่กับ สภาพผิว อายุ และการดูแลหลังทำ หากต้องการให้ผลลัพธ์อยู่ได้นานขึ้น ควรดูแลผิวอย่างเหมาะสม
ต้องทำ Ultherapy Prime กี่ครั้งถึงจะเห็นผล?
ส่วนใหญ่ ทำเพียง 1 ครั้งต่อปี ก็เพียงพอ แต่ในบางกรณีอาจมีการเสริมจุดที่ต้องการในภายหลัง
Ultherapy Prime ปลอดภัยไหม?
ปลอดภัยแน่นอน เพราะเป็นเทคโนโลยีที่ได้รับการรับรองจาก US FDA และมีการใช้มาแล้วทั่วโลก แต่อาจมีผลข้างเคียงเล็กน้อย เช่น รอยแดงชั่วคราว หรือความรู้สึกตึงใต้ผิว
Ultherapy Prime เหมาะกับอายุเท่าไหร่?
เหมาะกับคนอายุ 25 ปีขึ้นไป ที่เริ่มมีปัญหาผิวหย่อนคล้อย และต้องการกระตุ้นคอลลาเจนเพื่อคงความอ่อนเยาว์
Ultherapy Prime เจ็บไหม?
รู้สึกจี๊ด ๆ ใต้ผิวขณะปล่อยพลังงาน แต่เจ็บน้อยกว่ารุ่นก่อน เพราะมีการพัฒนาให้พลังงานกระจายตัวได้ดีขึ้น
หลังทำ Ultherapy Prime สามารถแต่งหน้าได้เลยไหม?
สามารถ แต่งหน้าและใช้ชีวิตตามปกติได้ทันที เนื่องจากไม่มีแผลและไม่ต้องพักฟื้น
Ultherapy Prime ใช้ร่วมกับหัตถการอื่นได้ไหม?
สามารถใช้ร่วมกับ ฟิลเลอร์ โบท็อกซ์ เลเซอร์ หรือทรีตเมนต์อื่น ๆ ได้ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสม
ต้องดูแลตัวเองอย่างไรหลังทำ Ultherapy Prime?
ดื่มน้ำมาก ๆ และใช้สกินแคร์บำรุงผิว หลีกเลี่ยงแสงแดดจัด ใช้ครีมกันแดด SPF 50+ เป็นประจำ เป็น Broad-Spectrum Sunscreen เพื่อปกป้องผิวจากรังสี UVA และ UVB ช่วยลดการทำลายคอลลาเจนที่เพิ่งถูกกระตุ้นให้สร้างใหม่
แหล่งอ้างอิง
- American Society for Dermatologic Surgery (ASDS) “Ultrasound and Radiofrequency Lifting Treatments.”
- Ultherapy® Official Medical Information (Merz Aesthetics) “How Ultherapy Works — Targeting the SMAS Layer for Lifting.”
- National Center for Biotechnology Information (NCBI / PubMed) “High-Intensity Focused Ultrasound (HIFU) for Facial Lifting: A Systematic Review and Meta-Analysis.” Lasers Surg Med. 2022;54(3):329–341.
- National Center for Biotechnology Information (NCBI / PubMed) “Use of Micro-focused Ultrasound for Skin Tightening of Mid-Facial and Lower Face Skin Laxity”
- Aesthetic Plast Surg. Ayu S. et al. (2025). Safety and Efficacy of High-Intensity Focused Ultrasound on Submental Fat and Skin Tightening
- Ultraformer III by Classys — Technology Overview